Screen Shot 2018-06-16 at 9.45.30 AM

การประยุกต์ใช้ Omni Channel กับตลาดเครื่องสำอางไทย

หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า Omni Channel กันมาซักพักแล้ว แต่คนที่นำมาประยุกต์ใช้อย่างจริงจังในไทยนั้นอาจยังไม่มีใครทำได้ชัดเจนมากนัก วันนี้จึงขอเกริ่นภาพรวมของคำว่า Omni Channel กันก่อนพอสังเขป

Screen Shot 2018-06-16 at 9.21.06 AM

ความจริงแล้ว Omni Channel นั้นวิวัฒนาการมาจาก Multichannel หรือการทำการตลาดหลายช่องทาง ซึ่งโดยปรกติธุรกิจทั่วๆไป ก็พยายามทำตรงนี้อยู่แล้ว แต่เมื่อวิวัฒนาการของโลก Social Media มีบทบาทมากขึ้นทุกวัน การตลาดแบบหลายช่องทางจึงถูกพัฒนาให้มีความสอดคล้องและส่งเสริมซึ่งกันและกัน หรือที่เค้าเรียกกันว่า บูรณาการนั่นเอง (Integrated)

Screen Shot 2018-06-16 at 9.22.01 AM

โดยการบูรณาการดังกล่าว มีเป้าหมายที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าในทุกๆช่องทาง มีนโยบายต่างๆที่สอดคล้องและส่งเสริมกันและกัน เช่น การลงทะเบียนในสื่อออนไลน์ เพื่อรับส่วนลดพิเศษที่หน้าร้าน (Online to Offline) หรือการที่โชว์สินค้าต้นแบบให้ลูกค้าสัมผัสที่โชว์รูมและให้ลูกค้ากลับไปตัดสินใจสั่งซื้อได้ทางเว็บไซต์ (Offline to Online) เป็นต้น

Screen Shot 2018-06-16 at 9.45.30 AM

ก่อนจะใช้กลยุทธ์ Omni Channel จำเป็นต้องทราบก่อนว่าในตลาดเครื่องสำอางไทยนั้น มีการทำตลาดทั้งหมดกี่ช่องทาง ซึ่งผู้เขียนได้รวบรวมมาได้ 9 ช่องทางหลัก ดังนี้

1.Agents หรือการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะแบรนด์ใหม่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างรวดเร็ว สินค้าเข้ามาและกระจายออกไปยังตัวแทนรายย่อยอย่างรวดเร็ว สร้างยอดขายได้อย่างที่เค้าเตอร์แบรนด์ยังต้องอาย แต่ข้อเสียคือ สินค้าที่ขายผ่านตัวแทนมักจะเป็นสินค้ากระแสซะส่วนใหญ่ ประเภทมาไวไปไว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากระบบตัวแทนที่มักย้ายค่ายไปเรื่อยๆเพื่อล่ารางวัลนั่นเอง ตัวอย่างแบรนด์ได้แก่ Eighteen, Garden Me, WinkWhite เป็นต้น

Screen Shot 2018-06-16 at 10.48.51 AM

2.Direct Sell หรือขายตรงทั้งแผนแบบ Single,MLM ซึ่งยังคงอยู่คู่กับคนไทยมาเสมอ ใช้ผลตอบแทนแบบ Passive เป็นตัวขับเคลื่อน ไม่เน้นขาย แต่เน้นชักชวนสมาชิกเข้ามาเพื่อสร้างทีม และกินผลประโยชน์เป็นชั้นๆ ตัวอย่างแบรนด์ได้แก่ Nuskin, Mistine, Giffarine เป็นต้น

Screen Shot 2018-06-16 at 10.47.31 AM

3.Tele Sell หรือการขายทางโทรศัพท์ ซึ่งหลายๆท่านคงมองว่าเป็นการขายที่โบราณ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ยังมีหลายๆบริษัทใช้อยู่และยอดขายดีเอามากๆ เรียกว่า รวยแบบเงียบๆนั่นเอง ตัวอย่างแบรนด์ที่ทำการตลาดทางนี้ได้แก่ LifeStar(RS), สมุนไพรภูมิพฤกษา เป็นต้น

Screen Shot 2018-06-16 at 10.50.14 AM

4.SocialMedia หรือสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะ Facebook, Line, Youtube และ Instagram จะมีบทบาทมากในระยะเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา อีกทั้ง Paltform ทั้งหมดยังสนับสนุนการทำตลาดออนไลน์โดยเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยการจ่ายค่าโฆษณาได้ สินค้าเกือบทุกแบรนด์มีช่องทางการขายทาง Social Media แต่จะเน้นมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทฯ

5.Website เป็นช่องทางหลักในการขายสินค้า แต่การเข้าถึงเว็บไซต์นั้น จำเป็นต้องอาศัยสื่ออื่นๆในการเข้าถึง โดยเฉพาะการค้นผ่านทาง Google โดยการทำ SEO และการโฆษณาผ่าน Google Adwords ทุกแบรนด์จะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่อาจไม่เน้นขายของ เน้นการสร้างภาพลักษณ์แล้วปิดการขายด้วยช่องทางอื่นๆก็ได้

6.E-Market หรือตลาดออนไลน์ เช่น Lazada, Shopee, 11Street เป็นต้น ซึ่งเป็นช่องทางการขายสินค้าทางออนไลน์ผ่านเว็บที่ทำตัวเป็นตัวกลาง หรือเป็นร้านค้าสะดวกซื้อในอินเตอร์เน็ตนั่นเอง ปัจจุบันหลายๆแบรนด์สามารถขายสินค้าผ่านช่องทางนี้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่ก็มีหลายๆแบรนด์ นำสินค้าเข้าไป ไม่มีการเคลื่อนไหวเลยก็มี (ขึ้นอยู่กับการตลาดด้วย)

Screen Shot 2018-06-16 at 10.51.45 AM

7.Modern Trade/Traditional Trade ยังคงเป็นช่องทางการขายที่คนไทยยังนิยมอยู่มาก สังเกตุได้จาก Supermarket, Discount Store,7-11 หรือร้านขายเครื่องสำอางในพื้นที่ต่างๆ ลูกค้ายังคงจับจ่ายใช้สอยเครื่องสำอางผ่านช่องทางนี้เป็นหลัก สินค้าส่วนใหญ่ยังคงมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ เพราะได้จับต้องสินค้าจริง

Screen Shot 2018-04-17 at 10.56.53 AM

8.Event/Boot เป็นช่องทางหนึ่งที่ไม่ว่าแบรนด์ใหม่หรือแบรนด์เก่าจะต้องจัดอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้าจดจำแบรนด์และเป็นการระบายสินค้าอีกทางหนึ่งด้วย

ออกบูธ. มศว_180331_0033

9.Shop/Kiosk หรือร้านประจำ ที่แบรนด์ชั้นนำต้องมี เพราะมันหมายถึงความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ บางแบรนด์ไม่จำเป็นต้องมีร้านก็ได้ แต่ก็ต้องมี เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่แบรนด์ (Flagship) แม้ว่าโลกปัจจุบันจะเป็นโลกแห่งออนไลน์ก็ตาม แต่โลกออฟไลน์ก็ยังคงเป็นอะไรที่จับต้องได้ และสร้างรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ตัวอย่างแบรนด์ได้แก่ BeuatyBuffet, OrientalPrincess, Karmart เป็นต้น

Screen Shot 2018-06-16 at 10.46.06 AM

 

สรุป ช่องทางหลักๆในการขายสินค้าเครื่องสำอางในไทยมีทั้งหมด 9 ช่องทาง (หรืออาจมากกว่านี้) แต่การใช้กลยุทธ์ OmniChannel นั้น มีบางค่ายเริ่มนำมาใช้กันบ้างแล้ว แต่วิธีการในการวางกลยุทธ์นั้น จะต้องทำ Matrix แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Channel เพื่อเลือกว่าจะทำคู่ใดก่อน ซึ่งจะได้นำเสนอการวิเคราะห์ตาราง Omnichannel Matrix ในตอนต่อไป